ขอทรงพระเจริญครับ
ภาพเต็ม: http://coco.exteen.com/images/22.jpg
(ปล.ภาพอาจใหญ่ไปหน่อยนะ เป็นภาพทะเบียนสมรสของท่าน)
edit @ 29 Dec 2007 01:34:08 by coco
edit @ 29 Dec 2007 01:36:01 by coco
ภาพเต็ม: http://coco.exteen.com/images/22.jpg
(ปล.ภาพอาจใหญ่ไปหน่อยนะ เป็นภาพทะเบียนสมรสของท่าน)
edit @ 29 Dec 2007 01:34:08 by coco
edit @ 29 Dec 2007 01:36:01 by coco
วันที่13 สิงหาที่ผ่านมาเปนวันเกิดผม (แต่ไม่มีใครคิดจะอวยพร นอกจากครอบครัว ขนาดเพื่อนที่คิดว่ารู้ กลับไม่รู้เรื่อง เอาเถอะๆ)
ปีนี้เป็นปีที่15แล้ว
ทำบัตรแล้ว โอ้...
ฉะนั้น วันนี้เลยดิ่งไปที่สำนักงานเขตทำบัตรประชาชน
ครั้งแรกในชีวิต ฉะนั้นจึงต้องมีคนพาไป แม่นั่นแหละ
บรรยากาศใช้ได้ ไม่เสียตังค์(นอกจากค่ายถ่ายเอกสารสำเนาสูติบัตร ทะเบียนบ้าน หรืออื่นๆ)สงสัยรอบแรกเขาทำให้ฟรีมั้ง หรือว่าจำผิดไม่รุ แบบว่าเราไม่ได้เปนคจ่ายตังค์ เหอๆ
สะดวกดี(เพราะมีคอม)+เร็ว(เพราะคนน้อย)
บอกๆข้อมูล เขาคีย์ลงคอม ใช้แต่ปาก
ส่วนมือหรอ ทำอะไร??ก็แค่แปะโป้งลงเครื่องสแกนลายนิ้วมือ และ เซ็นลายเซ็นลงเอกสารหลายแผ่นอยู่เหมือนกัน
ทุกอย่างราบรื่นดี ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ไม่อยากเจอที่สุด ถ่ายรูป!!
เล่าหน่อยละกันเกี่ยวกับถ่ายรูป เล่าหน่อยนึงเพราะเดี๋ยวเมา
ก็ตอนเข้าไปถ่ายก็มีผู้หญิงนั่งเครื่องคอม เราเข้าไปแล้วยื่นเอกสารให้
"ยืนเลยข่ะ" (ในใจคิดว่า "เอ้ย เพศไหนเนี่ย" เสียงออกทุ้มๆ)
มีกระจก หวี ไว้แต่งหน้าอยู่ด้านข้าง แต่สำหรับเรา จับคอเสื้อเป็นอันพอ
"เหยิบซ้ายนิด" "เหยิบขวาหน่อย" "ขยับตัวหน่อย" ฯลฯ สารพัด... เหนื่อย
(ตอนที่พูดเนี่ยแหละถึงรู้ว่า เขาก็ผู้หญิงนิ สงสัยหูฝาดมั้งตอนแรก)
ไม่ชอบจิงๆเล้ยย ให้ตาย
ผลลัพธ์ออกมา: เอ้ย หน้าตาเราอย่างนี้เองหรอ?? พอดูได้
โม้ไปเรื่อย...
เกือบ15ปีแล้วสินะที่ผมได้อยู่บนโลกนี้
โลกเราก็มีดีและมีไม่ดีนะเนี่ย
ดีก็ดีจิงจิ๊ง
ได้มีความสุขกับเพื่อน
ได้กินข้าวอร่อยๆ
และมีอะไรเยอะแยะ
เวลาไม่ดีก็ไม่ดีจิงจิ๊งงง
เดินๆอยู่ ใครจะไปรู้อาจจะโดนฉกเงิน
ใครจะไปรู้ว่า อาจจะโดนจับไปเรียกค่าไถ่
และอะไรเยอะแยะ........
ทำยังไงๆ ต่อให้นับถือศาสนา/สัทธิ หรือเรียนเก่งแค่ไหน ก็ต้องเจอทั้ง2อย่างเนี่ยแหละนะ ทั้งเรื่องดีๆ และเรื่องที่แย่ๆ สลับกันไป....
เขาว่ากันว่า "ความทุกข์ทำให้ความสุขนั้นมีความหมาย"
ประโยคนี้น่าจะจริงนะ.......
เวลาเจอเรื่องร้ายๆ พอมันดีขึ้น มันก็ทำให้ดีขึ้นจิงๆ ทำให้ความสุขที่เราได้ ดีจิงๆ..............
ลองคิดดูนะ ขี้เกียจบรรยาย................
ฐานะWebmaster
ตอนแรกๆทำเว็บอย่างยากลำบากมากๆๆ โหดสุดๆๆ
แต่พอเข้าสู่สายตาประชาชน........ ถ้ามันแย่ "เขา"ก็จะบอกว่าอะไรควรแก้
ถ้ามันดี "เขา"ก็จะชม
มันเป็นความสุขนิดๆนะ ถ้ามีคนพอใจ
---------------------------------- +-+
เพ้อเจ้อพอและ
+-+ -----------------------------------
วันนี้เป็นวันหนึ่งที่ประวัติศาสตร์ชีวิตเราต้องจดจำ
ไม่ใช่อะไรหรอก........
แค่เป็นวันที่สูญเสียเลือดเลอะพื้นฟุตบาท กางเกง ใบหน้า และมือ
ยังดีนะต้องขอบคุณพระเจ้า
ที่มีคนพาผมส่งโรงพยาบาลได้ทัน......
+-+*******************+-+
ถึงตอนนี้บางคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมเราเสียเลือด??
ไม่ใช่หกล้มแน่
แต่เป็นหัวแตก (เขาพูดกันอย่างนี้ แต่เราว่าหัวเจาะมากกว่านะ)
+-+*******************+-+
วันนี้มีประชุมคริสเตียนที่โบสถ์เทียนสั่ง แบบว่าเราเป็นคริสต์
ประชุมเสดก็กินข้าว
ตอนนั้นก็เริ่มหิวนิดๆ
พออำลากัน เราก็ไปกับรุ่นพี่+ผู้ใหญ่ที่จะไปกินข้าวแถวๆเดียวกัน
ตอนนั้นถนนรถติดมาก กะจะนั่งแท๊กซี่ไป... แต่ไม่เอาอ่ะ ติดจิงๆ เลยเปลี่ยนใจมาเดินกัน
แต่ระหว่างเดิน...........
เสียงนี้เกิดขึ้นเพราะเพียงแค่ชนศาลพระภูมิ แถวๆโบสถ์เทียนสั่งเท่านั่นแหละ
เอามือจับส่วนที่ชน...... แล้วเอามาดูปรากฏว่า...
เลือดไหลออกมาจากหน้าผากเหมือนน้ำหกออกจากแก้ว เยอะมาก.....
แต่โชคดีนะที่...
1.ที่ตอนนั้นไปกับผู้ใหญ่ด้วย...
2. ไม่หมดสติไปก่อน
ทุกคนหันกลับมามองเรา ถึงกับต้องตกใจกัน วุ่นวายใหญ่
ยังดีนะตอนนั้นยังมีสติอยู่... ไม่สลบไปทันที...
เอาทิชชู่ที่รุ่นพี่ให้ประคบแผล
พี่ๆบอกว่าอาจต้องเย็บ..... เราก็พอจะทำใจได้
ท้ายที่สุดเราก็ต้องกลับไปที่โบสถ์ เพื่อขึ้นรถพาไปส่งโรงบาล....
เราต้องข้ามถนนกลับโบสถ์ ตอนนั้นก็รถติดเหมือนเดิม ทำให้ข้ามได้อย่างสบายๆ (พอเข้าใจนิดๆว่าทำไมพระเจ้าให้ตอนนั้นรถติด) คนก็มองเราเพียบเลย เพราะเลือดไหลตลอด....
ขึ้นรถเสร็จ ก็ไปกับพี่ๆ2คนกับพี่ม้อยปรากฏว่ารถติดสุดๆๆๆๆๆๆ
ตอนนั้นเรานั่งคิดถึงว่า
"มีศาลพระภูมิตั้งด้วยหรอ? ทำไมไม่เห็นหว่า"
และนั่งคิดถึงพระเจ้าตลอดเวลา...
และตอนนี้เกิดการอัศจรรย์ในชีวิต จากหิวข้าว กลายเป็นไม่หิวแม้แต่น้อย!!!!
ประมาณ7นาทีก็ถึงโรงบาลกรุงเทพคริสเตียน (เลือกรพ. ได้ดีมาก เพราะเราอยู่ รร. กท. เป็นญาติห่างๆกัน ตอนนั้นกะว่าจะได้รักษาฟรี)
โห... รถเข็นมาถึงที่ เข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลก็เข็นเราเข้าห้องฉุกเฉิน....
คิดแล้วตลก น้ำหนักเรากับคนเข็นไม่สมดุลกันเล้ยยย สงสารคนเข็นเราที่ผอม (แต่ตอนนั้นไม่ตลกอ่ะ มาคิดทีหลังถึงตลก เหอๆ)
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าห้องฉุกเฉิน ต้องเข้าใจนะครั้งแรก ที่ได้เข้า มันตื่นเต้น!!
เข็นเสร็จเราก็ไปขึ้นเตียง เตรียมเย็บแผล...
มีพี่+ผู้ใหญ่2คนอยู่เคียงข้าง
พี่คนหนึ่งเคยเป็นพยาบาลก็บอกว่า "ไม่ต้องกลัว จะเจ็บตอนที่ฉีดยาชา ที่เหลือจะไม่เจ็บมาก เหมือนมีอะไรมากดๆเท่านั้นแหละ"
ถึงกระนั้นเราก็ตัวสั่น
ถึงแม้เราเป็นผู้ชายอยู่ ม.3 ก็กลัวเหมือนกันนะเนี่ย +_+ (จะว่าไปที่ตัวสั่นไม่ใช่อะไรมากหรอก ตอนนั้นแอร์มันก็เย็นใช้ได้เลย +ตอนนั้นอาการเราเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว)
พี่ม้อยก็อธิษฐานเผื่อเราให้........ (ดีจายมาก ^^ + เสียSelfความเป็นชายนิดๆ ที่เหนว่าเราตัวสั่น)
แปลกนะ..............
พออธิษฐานให้เราจบ เราก็สงบได้ทันทีเลย ตัวไม่สั่น....
แล้วพี่ๆก็ออกไปรอข้างนอก....
ถึงเวลาเอาจิงแล้ว....... ไฟส่องหน้า ทำให้เราต้องหลับตา
หมอก็เอาผ้าปิดหน้า ทำให้เรามองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
และก็ฉีดยาชาที่หัว เพื่อที่จะเย็บแผล
เจ็บอ่า... สุดๆ +_+ เจ็บกว่าฉีดที่แขนอ่า....
แต่ก็ไม่มากนักหรอก พอสมควร.....
ตอนนั้นคิดถึงพระเจ้าตลอด (จิงๆที่คิดเพราะอยากจะเบนความสนใจเรื่องเข็มไปยังเรื่องอื่นมากกว่า)
ทีนี้เสดและ เราก็หวังว่าจะสบายหน่อย ตามที่พี่คนนั้นพูด ก็พอใช้ได้นะ... มีความรู้สึกเหมือนมีอะไรมากด.... ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย
หมอก็พูดกับพยาบาล/บุรุษพยาบาลไปเรื่อยๆ เรื่องส่วนตัวทั้งน้าน ฉันฟังไม่รู้เรื่อง
ซักพักก็เสด พยาบาลก็เอากระจกมาให้ดู
ห๊า???? เราคิดในใจ แผลแค่นี้เองหรอ???? เอ้ย????
เราก็ถามบุรุษพยาบาล
"พี่ครับ หมอเย็บให้กี่เข็มครับ"
1เข็มอยู่ข้างใน เพราะแผลมันลึก และ5เข็มอยู่ข้างนอกน่ะ พี่คนนั้นตอบ รวมทั้งหมด6เข็ม
ลึกจิงๆแหละ พี่มอยบอก
จากนั้นก็ไปล้างมือที่โชกด้วยเลือดที่Sinkล้างมือ แล้วมองไปดูคนอื่นๆรอบๆคร่าวๆ ส่วนมากเป็นเด็กเล็กๆทั้งนั้นแหละฉะนั้นเราจึงได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็ก พอสมควร
"ถ้าเราเป็นเด็กเราก็คงจะร้องอ่ะนะ" เราคิดในใจ
หมอบอกให้ไปรอด้านหน้า นั่งรอเรียกชื่อรับยา
"คุณ(ชื่อจริงเรา)ครับ" พอเขาเรียก ปรากฏว่าสิ่งที่ได้เป็นบัตรคิวรับยา
เราก็ไปหาพี่ม้อย ปรากฏว่าพี่คนอื่นๆกลับไปแล้ว เหลือพี่ม้อยคนเดียว....
เราก็รอรับยา...... รอหว่างรอก็คุยๆไป บอกว่าจะพาเราไปส่งถึงบ้าน และบอกว่าอาจไม่ได้รักษาฟรี เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในโรงเรียน และไม่ได้เกิดขึ้นในวันเรียนด้วย ตอนหลังพี่ก็บอกว่า จิงๆศาลพระภูมินั่นที่โก้มองไม่เหน ไม่แปลก เพราะมันยื่นออกมานิดหน่อย และต้นไม้มันบัง มองไม่เห็น จิงๆคนสร้างผิดเองแหละ ที่สร้างแบบคนมองไม่เห็น....
ซักพักเราก็รับยา เราคิดในใจว่าราคา400-500บาทนะ
แต่ไม่ใช่ ราคา1580กว่าๆบาท วินาทีแรกที่ได้ยินราคาเราถึงกับอึ้ง!! ทำไมมันแพงอย่างเนี้ย เราก็นึกว่ายาจะมีเยอะ แต่ยามีแค่พารากับยาแก้อักเสบเอง ตอนหลังมาดูใบเสร็จ ราคายาแค่86บาท(มั้ง)เอง มันแพงตรงที่ศัลยกรรมแผลนี่เอง
เสร็จแล้วก็ไปกินข้าว (จบจากการตื่นเต้นก็หิวต่อ)ระหว่างกินซักพักเราก็ขอไปเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า (เพราะหน้าเลอะเลือดแล้วไม่ได้ล้าง) สังเกตที่แผล... เล็กจิ๋ว แต่ทรมานและสังเกตที่ผมด้านหน้า
"มีเจลแต่งผมให้ด้วย มิน่าผมบนหัวถึงได้ตั้ง (เท่ไปอีกแบบ)" จิงๆที่หมอทำให้ผมตั้ง เป็นเพราะว่าผมบนหัวมันบังแผลไม่ใช่อะไรหรอก
กินเสด และพี่ม้อยก็พาผมส่งถึงบ้าน........ แล้วไปอธิบายให้แม่ผมเข้าใจ แม่ผมก็OK ก็จบประการนี้แล..........
ปล.มีภาพให้ดู แต่ไม่มีสายเชื่อมกล้องกับคอมอ่า - -"
-----------
ที่เหลือก้อคงเป็นหนีเรียนไปโรงพยาบาลตามหมอสั่ง+กินยา ล่ะนะ