พรุ่งนี้เราจะเปิดเทอมแล้ววววว!!!
วันนี้เลยเอาForward Mailสำหรับเด็กนักเรียน2อันคือ 10 เหตุผลที่ทำให้คุณคิดถึงโรงเรียน และ ศัพท์บัญญัตินักศึกษา มาให้เพื่อนๆที่อยุ่ในวัยเรียนอ่านครับ แต่กลัวมีผู้ใหญ่มาอ่านด้วยอ่ะครับ เลยเอาForward mail 9 เหตุผล ที่ทำให้เรารักการมาทำงาน มาให้ด้วย (ซึ่งคล้ายๆกับ 10 เหตุผลที่ทำให้คุณคิดถึงโรงเรียน เลยแฮะ - -").
การเรียน มีดี มีประโยชน์ แต่มีโทษ ในทางอ้อม ทางอ้อมมากๆๆๆๆๆ (หากคิดดีๆ)
1.การเรียนทำให้เราฉลาดขึ้น แต่ทำให้เรามีความเครียดไปในตัว (สำหรับบางคน)
2.การเรียนทำให้เรารุ้เรื่องศีลธรรมอันดี แต่ทำให้คนเลวขึ้นไปในตัว (สำหรับบางคน)
3.การเรียนทำให้เรารู้จักการทำงานเป็นทีม แต่ทำให้เราอาจจะมีความเคียดแค้นระหว่างหมู่เพื่อนเพิ่มขึ้น (สำหรับบางคน)
ยังไง? ลองมาพิจารณากันดีกว่า
1.การเรียนทำให้เราฉลาดขึ้น แต่ทำให้เรามีความเครียดไปในตัว
เรียนไปถึง ซัก ม.1-ม.6 เดี๋ยวก็ต้องสัมผัสเองแหละครับ ตรงประโยคนี้ ไม่ต้องพูดอะไรมาก
2.การเรียนทำให้เรารุ้เรื่องศีลธรรมอันดี แต่ทำให้คนเลวขึ้นไปในตัว
ประโยคนี้ ไม่มีใครคิดหรอก แต่มันออกจะจริงครับ
ที่โรงเรียนหลายๆโรงเรียน (ไม่สิทุกโรงเรียน เพราะกระทรวงบังคับให้มี) จะมีวิชาพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไทย เราก็เรียนกัน และปฏิบัติกัน
เป็นสิ่งที่ดีงาม ควรปฏิบัติน่าสนับสนุน
แต่ทำไมก็ไม่รู้ คนที่โกงเก่งๆ จะเป็นผู้มีการศึกษาทั้งนั้น
เปรียบเทียบกับ แม่ค้าขโมยเงินกับนักการเงินรับเงินสิ ปริมาณเงินมันต่างกันเย๊อะมาก นักการเมืองมีการศึกษามาก แต่ทำไมถึงโกงเงินกว่า แม่ค้าซึ่งการศึกษาน้อยกว่าไม่รู้
เหมือนกับว่า ยิ่งมีการศึกษามาก เราจะยิ่งเลวเก่งขึ้น
ลองเปรียบเทียบกันก็ได้นะ สมัยเราอยุ่ ป.1 กับ ม.6 ความเลวต่างกันมากเลย
ในทางปฏิบัติเด็ก 13ขวบ ที่เป็นลูกชาวบ้านตามชนบท จะมีนิสัยดีกว่า เด็ก13ขวบ ที่เรียนอยู่ในกรุง
ฉะนั้น อยากจะบอกอย่างนึง "การเรียนไม่ทำให้คนเราดีขึ้นเลย มีแต่ เฉยๆ และเลวขึ้นแค่นั้น"
ผุ้ใหญ่หลายคนมีแนวคิดที่จะให้การศึกษาแก่เด็ก เพราะจะช่วยให้เด็กดีขึ้น แต่ตรงกันข้าม ทำให้เด็กแย่ลง เพราะยิ่งใส่การเรียนเท่าไหร่เด็กยิ่งเครียดขึ้น เครียดแล้วก็ทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่สนว่าจะผิดหรือไม่ผิด
เอาสักตัวอย่าง (เน้น! ตัวอย่าง) ถ้าพัฒนาการศึกษามากกว่านี้ ใครจะไปรู้เด็ก ม.2 อาจจะมีอัตราที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นก็ได้ เพราะ...
วิชาเพิ่ม>ความตึงเครียดเยอะขึ้น>หาทางออกไม่ได้>ไปมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อน>ช่วยระบายได้(ในทางปฏิบัติ)>อาจจะไปชักชวนคนอื่นให้ลอง>ฮิตกัน>ทำให้อัตราเพิ่มขึ้น
ใครจะไปรู้
วิธีเดียวที่จะทำให้สังคมเลิกเลวร้ายลง มีอยู่วิธีเดียวคือ เลิกการแข่งขันกัน และหันมาสนับสนุนศาสนาอย่างเต็มที่ ถึงแม้คนไร้การศึกษา แต่มีศาสนา ก็เป็นคนดีกว่าเยอะเลย เชื่อเถอะ (ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาดเช่นกัน เพราะแค่เหตุผลจิ๊บจ๊อยแค่นี้ใครจะฟังล่ะ)
ถ้าสมมติประเทศใดประเทศนึงมีแต่คนที่มีการศึกษาระดับ ดร.ทั้งประเทศ จะเกิดความตึงเครียด ทำให้เกิดปัญหาแน่ๆ
*การเรียนทำให้เรารุ้เรื่องศีลธรรมอันดี แต่ทำให้คนเลวขึ้นไปในตัว เพราะว่า ปัจจุบันในห้องเรียนสนับสนุนศาสนาภาคทฤษฎีมากกว่าภาคปฏิบัติ และ การเรียนไม่ช่วยให้คนเป็นคนดีขึ้นเลย ช่วยแค่ทำให้คนมีความรู้เพิ่มขึ้น
3.การเรียนทำให้เรารู้จักการทำงานเป็นทีม แต่ทำให้เราอาจจะมีความเคียดแค้นระหว่างหมู่เพื่อนเพิ่มขึ้น
ภาษาไทยเรียกว่า"ความแค้นส่วนตัว"ครับ เราอติต่อคนนั้น แต่คนอื่นไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเราเพียงคนเดียว
ถ้าเราแบ่งงานให้ดี มีความสามาคีกัน ยอมรับความจริงและปัญหาที่เกิด และร่วมกันสามามัคคีแก้ จะเกิดแต่มิตรภาพ ไม่มีความแค้นส่วนตัวหรอกนะ
เวลาทำงานกลุ่ม ถ้าสมมติกลุ่มนึงมี10คน ทำจริงๆ อาจจะ3คนก็ได้ และ7คนที่เหลือได้ความดีความชอบ ทำให้เกิดความหมั่นไส้กัน
ปัญหาจะตามมา เกิดการทะเลาะ เกิดความแตกร้าวระหว่างมิตรภาพระหว่างกลุ่ม และอื่นๆ
วิธีแก้อ่ะหรอ Shareไง Shareงานให้ดี
สมมติมีงาน1งาน กลุ่ม10คน มีหลายวิธีมากๆๆๆๆ ที่จะทำให้งานสำเร็จนะ แล้วแต่สภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ สถานที่ ฯลฯ
-Share (แบ่ง) ฉันทำนี้นะ คุณทำนี่นะ ท่านทำโน้นนะ
แจกงานกันไปก่อน หรือแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ กลุ่ม10คน ก็แตกกระจายงานย่อยๆออกเป็น10ชิ้น
-Ability (ความสามารถ) ฉันทำงานนี้ได้นะ คุณทำนี่ได้เปล่า ท่านทำอันโน้นได้รึเปล่า
แจกงานให้ก่อน แล้วถามถึงความสามารถว่าใครมีความสามารถด้านใดบ้าง แล้วแบ่งตามความเหมาะสม ถ้าใครไร้ความสามารถ อาจจะเป็นลุกมือช่วยประชาสัมพันธ์งาน เย็บเล่ม หรืออะไรก้ได้
-Progress (ความคืบหน้า) งานเป็นไง อยุ่ไหน เป็นอะไรเปล่า?
มันสำคัญตรงขั้นตอนนี้แหละ งานมันจะไม่ได้เรื่องเพราะหลายคนข้ามขั้นตอนนี้ ด้วยความขี้เกียจ หัวหน้างานจะต้องตามความคืบหน้าอย่างน้อยซัก1ครั้งแหละ หัวหน้าจะต้องถามลุกน้องว่าใครมีปัยหาอะไรเปล่า ต้องการคนช่วยไหม ถ้ามี อาจจะให้คนอื่นช่วย หรือกลับไปยังขั้นตอนที่2 Ability (ความสามารถ) เพื่อประชุมเถียงงานกันใหม่ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานมากที่สุด เพื่องานที่สมบูรณ์ที่สุด
-Before Dead Line (ก่อนเส้นตาย) พรุ่งนี้เอามานะ
จริงๆขั้นตอนนี้จะเป้นขั้นตอนที่รวมอยุ่ในSummaryนะ เพราะเป้นการสรุปเหมือนกัน พยายามทำงานให้เสร็จก่อนถึงวันส่ง1วัน จะดีที่สุด งานที่ทุกคนทำเอามารวมกัน จัดตกแต่งในวันก่อนส่ง1วัน เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าเกิดปัญหา ยังมีเหลือ1คืน ที่จะแก้ไขได้
-Summary (สรุป) เอ้ยเอางานมา มารวมกัน
เป็นขั้นตอนสุดท้าย คือรวบรวม จัดให้เรียบร้อย ส่ง จบ ถ้าเป้นรายงาน ขั้นตอนนี้คงจะเป็นช่วงเช้าละมั้ง (ตามปกติ^^) เอางานแต่ละส่วนที่ทุกคนทำมาเย็บเล่ม แล้วเอาสันรูดใส่ และส่ง
ที่พูด เราคิดสดๆ ขอบอกเลย ถ้าหากขัดแย้งยังไงก็ขอโทษนะ
***************************************************************
สุดท้ายนี้ ก่อนที่พรุ่งนี้เราจะก้าวไปสู่อนาคตนะ เราขอฝากความคิดเห้นของคนที่เอนทรานซ์ไม่ติดหน่อยนะ
เอนทรานซ์อายุประมาณ18ซินะ ขอให้ย้อนไปดูตั้งแต่อายุ1-17ปีนะ คุณเจอปัญหามากมาย คุณสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตมากมายมาถึงจุดนี้ได้ ฉะนั้นนี่เป็นปัญหาหนึ่งในชีวิตที่เจอ ให้คุณนึกถึงเมื่อตอนอายุ1-17 คุณสามารถผ่านมาเยอะแยะ แล้วทำไมเรื่องแค่นี้คุณไม่สามารถผ่านอุปสรรคอันนี้ไปได้ ใครๆก็ต้องมีผิดหวังเป็นธรรมดาในชีวิต จงพยายามต่อไปจนกว่าสิ้นลมหายใจ
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเรียน และการงานนะ
-โก้คุง ผู้เขียนBlogไม่เคยมีใครจะอ่านรู้เรื่อง ><
edit @ 2005/05/08 14:21:53
